ERP สำเร็จรูปเริ่มเร็วและราคาเข้าถึงง่าย ส่วน ERP ที่พัฒนาเองเข้ากับขั้นตอนงานจริงได้มากกว่า บทความนี้สรุปวิธีตัดสินใจจากงานที่เราทำจริง
ทำไมคำถามนี้สำคัญ
ธุรกิจส่วนใหญ่เริ่มมองหา ERP เมื่องานเดียวกันถูกคีย์ซ้ำหลายรอบ ในงานหนึ่งที่เราเข้าไปช่วย ข้อมูลกระจายอยู่ใน SQL Server 8 ระบบและ Google Sheet อีก 14 แอป ข้อมูลชุดเดียวกันถูกคีย์ 2–3 รอบ และฝ่ายบัญชีต้องรับภาระตรวจทั้งหมด
ทางออกมีสองทาง คือซื้อ ERP สำเร็จรูป หรือพัฒนาระบบให้เข้ากับงาน ทั้งสองแบบดีได้ ถ้าเลือกให้ตรงกับธุรกิจ
ERP สำเร็จรูปเหมาะเมื่อ
- ขั้นตอนงานใกล้เคียงธุรกิจทั่วไป เช่น ซื้อมาขายไปที่ไม่มีเงื่อนไขพิเศษ
- ยอมปรับวิธีทำงานของทีมให้เข้ากับซอฟต์แวร์ได้
- ต้องการเริ่มใช้เร็ว และงบเริ่มต้นจำกัด
- ไม่ต้องเชื่อมกับเครื่องมือเฉพาะ เช่น เครื่องชั่ง หรือระบบของคู่ค้า
ERP ที่พัฒนาเองเหมาะเมื่อ
- ธุรกิจมีหลายโมเดลในบริษัทเดียว เช่น ขายสินค้า รับจ้างผลิต และรับเหมาโครงการ ซึ่งต้องคิดต้นทุนคนละแบบ
- มีขั้นตอนเฉพาะที่ระบบสำเร็จรูปไม่มี เช่น ตัดหนี้เกษตรกรจากยอดรับซื้อ หรือจองวิทยากรพร้อมตรวจคิวชน
- ต้องเชื่อมกับโปรแกรมบัญชีที่ใช้อยู่ โดยไม่ย้ายระบบบัญชีทั้งหมด
- ต้องการเป็นเจ้าของ source code และติดตั้งในองค์กรได้
ค่าใช้จ่ายที่มักถูกมองข้าม
ระบบสำเร็จรูป มีค่าสมาชิกรายเดือนต่อผู้ใช้ ค่าปรับแต่ง และค่าแรงที่ทีมต้องทำงานอ้อมระบบในส่วนที่ไม่ตรงกับงานจริง
ระบบพัฒนาเอง มีค่าพัฒนาก้อนแรกและค่าดูแลรายปี แต่ไม่มีค่าต่อผู้ใช้ และแก้ขั้นตอนให้ตรงกับงานได้
วิธีตัดสินใจที่เราแนะนำ
- เขียนขั้นตอนงานจริงตั้งแต่รับออเดอร์ถึงรับเงิน แล้ววงส่วนที่เป็นเอกลักษณ์ของธุรกิจ
- ลองใช้ระบบสำเร็จรูปกับขั้นตอนที่วงไว้ ถ้าต้องทำงานอ้อมเกิน 2–3 จุด ให้พิจารณาพัฒนาเอง
- ถ้าพัฒนาเอง ให้เริ่มจากโมดูลที่เจ็บที่สุดก่อน แล้วส่งมอบเป็นช่วง ๆ ที่ใช้งานได้จริง
- ให้ระบบใหม่ส่งข้อมูลเข้าโปรแกรมบัญชีเดิมได้ตั้งแต่วันแรก จะได้ไม่ต้องย้ายบัญชีพร้อมกัน
ถ้าอยากให้เราช่วยดูว่างานของคุณเหมาะกับแบบไหน ดูรายละเอียดได้ที่ บริการรับพัฒนา ERP